โภชนาการสุนัขและแมว

BARF, raw feeding, โภชนาการธรรมชาติ สูตรและขนมสุขภาพสำหรับสุนัขและแมว

โภชนาการสัตว์ที่ดีคือรากฐานของชีวิตที่มีสุขภาพ ไม่ว่าคุณจะให้ BARF, raw food, อาหารดิบ สุก หรือเม็ด—การเข้าใจว่าสุนัขหรือแมวต้องการอะไรสร้างความแตกต่าง ที่นี่มีทุกอย่างเกี่ยวกับโภชนาการสมัยใหม่: โปรตีน แคลเซียม กระดูก และ 10 สูตรทำขนมสุนัขและแมวเอง

🏠 เลี้ยงสัตว์ครั้งแรก? เคล็ดลับวันแรกๆ · คู่มือสุขภาพ

เตรียมอาหารสดให้สัตว์ที่ Saved Souls

ดิบ vs สุก: วิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร?

🥩 เนื้อดิบ

ย่อยโปรตีนและไขมันได้ดี บางตัวอุจจาระแข็งขึ้น เนื้อสัมผัสและรสธรรมชาติ

ระวัง: เนื้อดิบอาจมีแบคทีเรีย (Salmonella, Listeria) เสี่ยงต่อคนและสัตว์ 60% ของอาหารดิบทำเองขาดสมดุล โปรดรักษาความสะอาด!

🍲 เนื้อสุก

ปลอดภัยกว่า: ความร้อนฆ่าเชื้อ เก็บง่าย เหมาะกับกระเพาะอ่อนไหว

อย่าสุกเกิน: อาจทำลายทอรีน (สำคัญสำหรับแมว!) นึ่งหรือผัดเบาๆ รักษาสารอาหารได้มากกว่า

ทั้งดิบและสุกใช้ได้—ถ้าครบ สมดุล และสะอาด ปรึกษาสัตวแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่ออาหารที่เหมาะ

สุนัขได้รับอาหารและดูแลที่ Saved Souls
เตรียมอาหารสดให้สัตว์ที่ Saved Souls

⚠️ ระวังแบคทีเรีย: เนื้อดิบอาจมี Salmonella, Listeria และ E. coli เสี่ยงต่อคนและสัตว์ ล้างมือและพื้นผิวให้สะอาด หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำไม่ควรสัมผัสอาหารดิบ เก็บอาหารดิบในตู้เย็นเสมอ

แหล่งที่มา: Wikipedia

BARF และ raw feeding: โภชนาการสมัยใหม่สำหรับสุนัขและแมว

BARF (Biologically Appropriate Raw Food) และ raw feeding เป็นวิธีเลี้ยงสุนัขและแมวแบบธรรมชาติที่ได้รับความนิยม เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนค้นหาสูตรและข้อมูลเกี่ยวกับอาหารดิบและขนมสุขภาพ

BARF และ raw feeding คืออะไร?

BARF หมายถึงอาหารดิบที่เหมาะสมทางชีวภาพ: เนื้อ กระดูก เครื่องใน และผัก Raw feeding กว้างกว่านั้น: โภชนาการดิบทั้งหมดสำหรับสุนัขและแมว ทั้งสองเน้นอาหารธรรมชาติและไม่แปรรูป

อาหารดิบสำเร็จรูป

อาหารดิบสำเร็จรูปหั่น บด และมักเสริมวิตามินแล้ว สะดวกเมื่อไม่มีเวลาปรุง BARF เอง ตรวจสอบว่าแบรนด์ครบและสมดุล

เคล็ดลับสำหรับ BARF และ raw feeding

  • เริ่มด้วยปริมาณเล็กน้อยและค่อยๆ เพิ่ม
  • เปลี่ยนเนื้อสัตว์ (ไก่ เนื้อวัว แกะ ปลา) เพื่อโปรไฟล์กรดอะมิโนครบ
  • เพิ่มเครื่องใน (ตับ ไต) สำหรับวิตามินและแร่ธาตุ
  • กระดูกดิบให้แคลเซียม—เฉพาะภายใต้การดูแลและไม่เคยสุก
  • รักษาความสะอาด: เขียงแยก ล้างมือ เก็บอาหารไว้ในที่เย็น

🌟 ทำไมเจ้าของสัตว์เลี้ยงถึงเลือก BARF มากขึ้น?

โลกของโภชนาการสัตว์เลี้ยงกำลังเปลี่ยน เจ้าของสุนัขและแมวเปลี่ยนจากอาหารเม็ดและกระป๋องไปเป็นอาหารดิบมากขึ้น—วิธีธรรมชาติที่สอดคล้องกับสิ่งที่สุนัขและแมวจะกินในป่า

เห็นการปรับปรุง: ขนเป็นประกาย มีพลังงานมากขึ้น กลิ่นน้อยลง อุจจาระแข็งขึ้น

ควบคุมส่วนผสมได้เต็มที่—ไม่มี 'by-products' ลึกลับหรือ E-numbers

เหมาะสำหรับภูมิแพ้: คุณกำหนดได้ว่าสัตว์เลี้ยงกินอะไร

กลับสู่พื้นฐาน: ระบบย่อยอาหารวิวัฒนาการมาสำหรับเนื้อดิบและกระดูก

แบคทีเรียในลำไส้ดีขึ้น: เอนไซม์และแบคทีเรียธรรมชาติช่วยการย่อย

BARF vs PMR vs Whole Prey: ต่างกันอย่างไร?

🥩

BARF

คุณประกอบมื้ออาหารเอง: เนื้อกล้าม กระดูกกินได้ อวัยวะ และ (สำหรับสุนัข) ผัก ผลไม้ เมล็ดพืช ควบคุมได้สูงสุด แต่ต้องมีความรู้และวางแผน

🦌

PMR (Prey Model Raw)

เลียนแบบสัตว์ล่าเต็มตัว: เนื้อกล้าม กระดูก อวัยวะ ไม่มีธัญพืช ผลไม้หรือผัก ปรัชญา: สิ่งที่บรรพบุรุษป่ากิน

🐀

Whole Prey

รูปแบบธรรมชาติที่สุด: สัตว์ล่าทั้งตัว เช่น หนู ลูกไก่ กระต่าย หรือนกกระทา เหมาะสำหรับแมว แต่ต้องสบายกับการจัดการสัตว์ล่าทั้งตัว

📋 วิธีประกอบมื้อ BARF

🐕 สำหรับสุนัข

  • 70% เนื้อกล้าม (รวมหัวใจ)—โปรตีน กรดอะมิโน วิตามินบี
  • 10% กระดูกกินได้ (คอไก่ ปีก)—แคลเซียม ฟอสฟอรัส (ปรับ 10–15% ตามอุจจาระ)
  • 5% ตับ—วิตามินเอ วิตามินบี
  • 5% อวัยวะอื่น (ไต ม้าม ปอด)
  • 7% ผัก (บดหรือนึ่ง)—ไฟเบอร์ วิตามิน
  • 2% เมล็ดและถั่ว (flaxseed เมล็ดฟักทอง)—กรดไขมัน แร่ธาตุ
  • 1% ผลไม้ (เบอร์รี่ แอปเปิ้ล)—สารต้านอนุมูลอิสระ

🐈 สำหรับแมว

  • 30–40% กระดูกมีเนื้อ (แมวต้องการแคลเซียมมากกว่า)
  • 15–20% อวัยวะ (ตับ 3–5% น้อย ไต 2% หัวใจ 5%)
  • 40–55% เนื้อกล้าม
  • ไข่ดิบ 2 ฟอง หรือลูกไก่ 1 วันต่อสัปดาห์
  • พืชน้อยหรือไม่มี—แมวย่อยได้น้อย

⚠️ สำคัญสำหรับแมว: ทอรีน!

แมวสังเคราะห์กรดอะมิโนจำเป็นนี้ไม่ได้ ขาดนำไปสู่ปัญหาหัวใจและตาบอด ทอรีนอยู่ในหัวใจ (โดยเฉพาะหัวใจไก่) เนื้อสัตว์ปีกสีเข้ม หากเป็นเนื้อบดหรือกระต่ายส่วนใหญ่: เสริม

ประโยชน์ที่เจ้าของรายงาน

ขนเป็นประกาย สุขภาพดี

พลังงานและความมีชีวิตชีวามากขึ้น

อุจจาระเล็กลง แข็งขึ้น

ฟันสะอาดขึ้นจากการเคี้ยวกระดูกดิบ

มวลกล้ามเนื้อดีขึ้น

กลิ่นน้อยลง (ปากและตัว)

แบคทีเรียในลำไส้ดีขึ้น

รักษาน้ำหนักสุขภาพได้ง่ายขึ้น

⚖️ ข้อควรพิจารณา: มีข้อเสียไหม?

🧼

สุขอนามัย: เนื้อดิบอาจมีแบคทีเรีย ล้างมือ เขียงแยก ละลายในตู้เย็น อย่าทิ้งอาหารไว้นานกว่า 15–20 นาที

📊

สมดุลโภชนาการ: อาหารไม่สมดุลอาจทำให้ขาดสารอาหาร ใช้ตารางให้อาหารหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ BARF

⏱️

เวลาและความพยายาม: BARF ใช้เวลามากกว่าเปิดถุงอาหารเม็ด ชั่ง เปลี่ยน แช่แข็ง วางแผนล่วงหน้า

💰

ค่าใช้จ่าย: มักเทียบได้กับอาหารเม็ดพรีเมียม ไก่ ~2$/กก. เนื้อวัว ~6$/กก. สุนัขเฉลี่ย: 30–60$/เดือน

ความรู้สำคัญ! วิจัย เรียนหลักสูตร หรือปรึกษาสัตวแพทย์หรือนักโภชนาการที่เชี่ยวชาญ BARF

🚀 ขั้นตอน: เริ่มอย่างไร?

1

ทำการบ้าน

อ่านหนังสือและบทความเกี่ยวกับ BARF เข้าใจพื้นฐานโภชนาการสุนัขและแมว

2

เริ่มด้วยอาหารดิบสำเร็จรูป

ให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับอาหารดิบ 2–4 สัปดาห์ด้วย KVV สมบูรณ์ ระบบย่อยจะปรับตัวช้าๆ

3

แนะนำกระดูกอ่อน

เริ่มด้วยคอไก่ ปีกไก่ หรือซากนกกระทา สังเกตการเคี้ยวและย่อย

4

ประกอบเอง

หากสัตว์เลี้ยงตอบสนองดี เริ่มประกอบมื้อตามแนวทาง BARF จดบันทึกการให้อาหาร

5

เปลี่ยนแหล่งโปรตีน

ให้สัตว์อย่างน้อย 4 ชนิดต่อสัปดาห์: ไก่ เนื้อวัว แกะ ปลา เป็ด กระต่าย ความหลากหลาย = สารอาหารกว้างขึ้น

ตารางการเปลี่ยน

วัน 1–3: 25% ดิบ 75% อาหารเก่า · วัน 4–7: 50/50 · วัน 8–10: 75% ดิบ 25% เก่า · วัน 11+: 100% ดิบ

📐 เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้น

คำนวณปริมาณที่ถูกต้อง

  • สุนัขโต: 2–3% น้ำหนักตัวต่อวัน
  • สุนัขกระตือรือร้น: 3–4% น้ำหนักตัวต่อวัน
  • แมวโต: 30–50 ก. ต่อ กก. น้ำหนักตัวต่อวัน
  • ลูกสุนัข: 4–6% · ลูกแมว: 5–8%
  • สุนัขโต: 1–2 มื้อ/วัน · แมว: 2–4 มื้อเล็ก

ลงทุนอุปกรณ์ดี

  • ตู้แช่แข็งใหญ่ (BARF ต้องเก็บแช่แข็ง)
  • ตาชั่งดิจิตอล
  • เขียงและมีดแยก
  • กล่องแบ่งส่วนสำหรับแช่แข็ง

💩 อุจจาระเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุด! แข็ง ไม่แข็งเกิน กลิ่นน้อย = สมบูรณ์แบบ แข็งเกิน = เนื้อกล้ามมากขึ้น กระดูกน้อยลง นิ่มเกิน = กระดูกมากขึ้น อวัยวะมากขึ้น

🎭 ตำนาน BARF ถูกหักล้าง

สุนัขและแมวย่อยผักไม่ได้

สุนัขย่อยผักได้ดีเมื่อบดหรือนึ่ง แมวต้องการพืชน้อย แต่ปริมาณเล็กน้อยช่วยได้

กระดูกดิบอันตราย

กระดูกดิบปลอดภัยและจำเป็น กระดูกสุกแตกและอันตราย!

BARF แพงเกินไป

BARF เทียบได้กับอาหารเม็ดพรีเมียม และมักถูกกว่าค่าพบสัตวแพทย์จากปัญหาอาหาร

ไม่สามารถให้โภชนาการสมบูรณ์ได้โดยไม่มีอาหารเม็ด

สุนัขและแมวอยู่รอดมาหลายพันปีด้วยอาหารประเภทนี้ ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง BARF เพียงพอสมบูรณ์

เนื้อดิบทำให้สุนัขก้าวร้าว

ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ สุนัขที่ฝึกดียังคงเป็นมิตรไม่ว่าอาหาร

📌 เมื่อไม่เหมาะ ช่วงชีวิต และอาหารเสริม

เมื่อ BARF ไม่เหมาะ

  • ครัวเรือนที่มีเด็กเล็กมาก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • สัตว์ที่มีภาวะทางการแพทย์—ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเสมอ
  • หากไม่มีเวลาหรือวินัย—BARF ที่ทำไม่ดีแย่กว่าอาหารพาณิชย์ดี
  • ขาดความรู้—วิจัยก่อน

ช่วงชีวิต

  • ลูกสุนัข/ลูกแมว: BARF ตั้งแต่ 8 สัปดาห์ กระดูกมากขึ้น (15–20%) ให้อาหารบ่อยขึ้น
  • ตั้งครรภ์/ให้นม: อาหารมากขึ้น 25–50% แคลเซียมและอวัยวะเพิ่ม
  • Senior: เนื้อนุ่ม กระดูกย่อยง่ายขึ้น
  • นักกีฬา/สุนัขทำงาน: ไขมันและเนื้อมากขึ้น ผักน้อยลง

อาหารเสริม

  • แมว: ทอรีนจำเป็นอย่างยิ่ง (เมื่อเป็นเนื้อบดหรือหัวใจน้อย)
  • พิจารณา: โอเมก้า-3 หอยแมลงภู่ (ข้อต่อ) สาหร่าย (ไอโอดีน) วิตามินอี (เมื่อมีปลามาก)
  • มักไม่ต้อง: แคลเซียม (จากกระดูก) วิตามินบี (จากเนื้อ) วิตามินเอ (จากตับ)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BARF

ควรละลายเนื้อก่อนให้อาหารไหม?

ใช่ อย่าให้เนื้อแช่แข็ง ละลายในตู้เย็น (ไม่ใช่บนเคาน์เตอร์) และให้ที่อุณหภูมิห้องหรืออุ่นเล็กน้อย

รวม BARF กับอาหารเม็ดได้ไหม?

โดยปกติไม่ควรในมื้อเดียวกัน (เวลาย่อยต่างกัน) ได้: อาหารเม็ดเช้า BARF เย็น หรือสลับวัน

ซื้อส่วนผสม BARF ได้ที่ไหน?

ร้าน BARF เฉพาะทาง (ออนไลน์หรือหน้าร้าน) โรงฆ่าสัตว์ ร้านไก่ หรือร้านออร์แกนิก มองหาเนื้อเกรดสำหรับมนุษย์

BARF ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน?

สุนัขเฉลี่ย (20 กก.): 30–70$/เดือน แมว: 15–40$/เดือน ขึ้นกับคุณภาพและความหลากหลาย

เก็บ BARF อย่างไร?

แช่แข็งลึกที่ -18°C ในตู้เย็นสูงสุด 2–3 วัน อย่าแช่แข็งส่วนที่ละลายแล้วซ้ำ

สุนัขและแมวทุกตัวกิน BARF ได้ไหม?

ส่วนใหญ่ได้ แต่ปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อมีภาวะทางการแพทย์ สัตว์เล็กมาก แก่หรือป่วยต้องการความสนใจเพิ่ม

ช่วยด้วย! สุนัข/แมวของฉันไม่กิน!

สัตว์บางตัวคุ้นกับรสชาติอาหารเม็ด ให้เวลา อุ่นเนื้อเล็กน้อย ผสมกับของอร่อยหรือลองเนื้อประเภทอื่น ความอดทนคือกุญแจ!

ควรใช้เนื้อออร์แกนิกไหม?

ไม่จำเป็น แต่ดีกว่าสำหรับสิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพสัตว์ สำหรับอวัยวะ แนะนำออร์แกนิก (สารพิษน้อยกว่า)

สารอาหารภายใต้กล้องจุลทรรศน์

💪

โปรตีน

องค์ประกอบของกล้ามเนื้อ ผิว และขน สุนัขและแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ ต้องการโปรตีนจากสัตว์เพื่อกรดอะมิโนจำเป็น

แหล่งปริมาณโปรตีน
ไก่ (สุก)~25g per 100g
เนื้อวัว~18g per 100g
แซลมอน~12g per 100g
ไข่~8g per 100g
🦴

แคลเซียมและฟอสฟอรัส

สำคัญสำหรับกระดูกและฟันที่แข็งแรง อัตราส่วนแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสสำคัญเท่ากับปริมาณ

อัตราส่วนแคลเซียม-ฟอสฟอรัส

เหมาะ: 1.2:1 ถึง 1.5:1 (แคลเซียม : ฟอสฟอรัส) อัตราส่วนผิดอาจทำให้กระดูกมีปัญหา โดยเฉพาะลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่

กระดูกดิบให้แคลเซียมได้ แต่ระวัง: กระดูกสุกแตกและอันตราย! ให้เฉพาะกระดูกดิบมีเนื้อ ภายใต้การดูแล เมื่อสงสัย: ใช้เสริมแคลเซียมหรือเปลือกไข่บด (หลังปรึกษาสัตวแพทย์)

ความต้องการสารอาหารต่อสัตว์

🐕 สุนัข

สุนัขโต: ประมาณ 18–25% โปรตีน ลูกสุนัขและสุนัขกระตือรือร้น: มากขึ้น ระวังพลังงานและแร่ธาตุในพันธุ์ใหญ่เพื่อป้องกันปัญหาเติบโต

🐈 แมว

แมวเป็นสัตว์กินเนื้อโดยธรรมชาติ: ต้องการโปรตีนและทอรีนมากกว่าสุนัข ไม่ต้องใช้คาร์บ เนื้อและเครื่องในเหมาะ

เม็ดอาหาร: สิ่งที่ต้องดูเมื่อซื้อ

เม็ดอาหารคุณภาพต่ำหลายยี่ห้อดูดีเพราะการตลาด—บรรจุภัณฑ์สวย สัญญาสุขภาพ—แต่ไม่ดีต่อสุนัขและแมว อ่านรายการส่วนผสมเสมอ ไม่ใช่ด้านหน้าถุง

สิ่งที่ต้องดู

โปรตีน: สุนัขโตต้องการอย่างน้อย 18–25% แมวมากกว่า (30%+) ส่วนผสมแรกควรเป็นเนื้อหรือปลา ไม่ใช่ธัญพืชหรือข้าวโพด

ระวังข้าวโพด แป้งข้าวโพด และน้ำมันราคาถูก

ข้าวโพดและผลิตภัณฑ์ข้าวโพดเป็นตัวเติมที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย เม็ดอาหารราคาถูกหลายยี่ห้อเต็มไปด้วยข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลือง น้ำมันพืชราคาถูกมักคุณภาพต่ำ ไขมันสัตว์จากแหล่งระบุ (ไขมันไก่ ไขมันแกะ) ดีกว่า

การตลาด vs ความจริง

รูปสวยและคำว่า 'พรีเมียม' 'ธรรมชาติ' 'สุขภาพดี' ไม่มีความหมาย อ่านส่วนผสม ข้าวโพด ข้าวสาลี หรือถั่วเหลืองมาก่อนหรือ? หมายถึงตัวเติม สามส่วนผสมแรกไม่ใช่เนื้อหรือปลาหรือ? น่าจะเป็นเม็ดอาหารคุณภาพต่ำ

ส่วนผสมและ E-number ที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ข้าวโพด แป้งข้าวโพด กลูเตนข้าวโพด (ตัวเติม ย่อยยาก)
  • ข้าวสาลี กลูเตน (มักเป็นสารก่อภูมิแพ้ ตัวเติม)
  • ถั่วเหลือง โปรตีนถั่ว โปรตีนมันฝรั่ง (โปรตีนพืชแทนเนื้อ)
  • BHA (E320), BHT (E321), ethoxyquin (สารต้านอนุมูลอิสระสังเคราะห์ อาจก่อมะเร็ง)
  • Propyl gallate (E310), TBHQ (E319) (สารต้านอนุมูลอิสระสังเคราะห์)
  • ไนไตรต์/ไนเตรต E249, E250, E251, E252 (วัตถุกันเสีย ก่อมะเร็ง)
  • สีอาโซ E102, E110, E122, E124, E127, E129, E131 (อาจทำให้กระตือรือร้นผิดปกติ แพ้)
  • น้ำตาล ไซรัปกลูโคส คาราเมล โมลาส (ไม่จำเป็น ไม่ดีต่อฟัน)
  • 'ผลิตภัณฑ์จากสัตว์' หรือ 'เนื้อบด' ไม่ระบุชนิด (ไม่ชัดว่ามีอะไร)
  • Carrageenan (E407) ในอาหารเปียก (อาจระคายเคืองลำไส้)
  • Propylene glycol (ทำให้อาหารนุ่ม เป็นสารสังเคราะห์)
  • ข้าวเป็นส่วนผสมหลัก (ตัวเติม โปรตีนต่ำ)
  • BHA (E320) และ BHT (E321) รวมกัน (cocktail effect โหลดตับ/ไต)
  • สารเพิ่มรสชาติโดยไม่ระบุแหล่ง (ความน่ากินเทียม)
  • กากน้ำตาลแห้ง เซลลูโลส (ตัวเติมราคาถูก)

ส่วนผสมและ E-number ที่ดี

  • เนื้อหรือปลาเป็นส่วนผสมแรก (ไก่ เนื้อวัว แกะ แซลมอน)
  • เครื่องใน (ตับ ไต) สำหรับวิตามินและแร่ธาตุ
  • มันหวาน ฟักทอง (คาร์บที่ดีต่อสุขภาพ)
  • น้ำมันปลา น้ำมันแซลมอน (โอเมก้า-3 สำหรับขนและข้อ)
  • วิตามินอี / โทโคฟีรอล (E306, E307, E308, E309) – สารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ
  • วิตามินซี / แอสคอร์บิกแอซิด (E300, E301, E302) – สารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ
  • สารสกัดโรสแมรี่ (E392) – วัตถุกันเสียธรรมชาติ
  • โปรไบโอติก พรีไบโอติก (สำหรับสุขภาพลำไส้)
  • เบต้าแคโรทีน (E160a), ลูทีน (E161b) – สีธรรมชาติ
  • ทอรีน (จำเป็นสำหรับแมว หัวใจและตา)
  • ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง (ในปริมาณพอดี)
  • ไขมันสัตว์จากแหล่งระบุ (ไขมันไก่ ไขมันแกะ)
สุนัขได้รับอาหารและดูแลที่ Saved Souls

10 สูตร: ขนมและไอศกรีมสุนัข

สูตรยอดนิยมสำหรับขนมสุขภาพและไอศกรีมสุนัข: บานานาเนยถั่ว ฟักทอง ไก่แครอท บลูเบอร์รี่ ไอศกรีมกล้วยโยเกิร์ต ไอศกรีมแตงโม และอื่นๆ สุขภาพดี อร่อย ไม่มีสารเติมแต่ง เหมาะเป็นขนมแมว ใช้เนยถั่วที่ไม่มีไซลิทอล!

🩺 ปรึกษาสัตวแพทย์ของคุณเสมอเพื่อคำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงของคุณ สุนัขและแมวแต่ละตัวต่างกัน

🥜

บานานาเนยถั่ว

โพแทสเซียม + ไขมันดีสำหรับขน

ส่วนผสม:

กล้วย เนยถั่ว (ไม่มีไซลิทอล!) ข้าวโอ๊ต

วิธีทำ:

ผสม ปั้นเป็นก้อนหรือคุกกี้ อบ 15 นาที 175°C

🎃

ฟักทองเนยถั่ว

ฟักทองช่วยย่อย

ส่วนผสม:

ฟักทองบด เนยถั่ว แป้งข้าวโอ๊ต

วิธีทำ:

ผสม รีด ตัดด้วยที่ตัด อบ 20–25 นาที 150°C

🍗

ไก่และแครอท

โปรตีน + วิตามินเอสำหรับตา

ส่วนผสม:

ไก่สุก แครอทขูด ไข่

วิธีทำ:

ผสม ปั้นเป็นแผ่น อบ 20 นาที 190°C

🫐

บลูเบอร์รี่ข้าวโอ๊ต

สารต้านอนุมูลอิสระ + ไฟเบอร์

ส่วนผสม:

บลูเบอร์รี่ ข้าวโอ๊ต โยเกิร์ตธรรมดา

วิธีทำ:

ผสม ปั้นคุกกี้ อบ 15 นาที 175°C

🍎

แอปเปิ้ลซินนามอน

วิตามิน + ต้านการอักเสบ

ส่วนผสม:

แอปเปิ้ลซอส ซินนามอน แป้งโฮลวีต

วิธีทำ:

ผสม รีด ตัดรูป อบ 20 นาที 175°C

🥕

มันหวานเคี้ยว

ไฟเบอร์และวิตามิน เหมาะสำหรับเคี้ยว

ส่วนผสม:

มันหวาน ฟักทองบด น้ำมันมะพร้าว

วิธีทำ:

หั่นมันหวาน ทาฟักทองและน้ำมันมะพร้าว อบ 25 นาที 150°C

🍦

ไอศกรีมกล้วยโยเกิร์ตสำหรับสุนัข

สดชื่นและสุขภาพดี เหมาะกับอากาศร้อน

ส่วนผสม:

กล้วยสุก โยเกิร์ตธรรมดา (ไม่มีน้ำตาล) น้ำผึ้งเล็กน้อย (ถ้าต้องการ)

วิธีทำ:

ปั่นกล้วยและโยเกิร์ตจนเนียน เทใส่พิมพ์แช่แข็ง ใส่ไม้ freeze อย่างน้อย 4 ชม.

🍦

ไอศกรีมเนยถั่วกล้วยสำหรับสุนัข

สูตรยอดนิยม สุนัขชอบมาก

ส่วนผสม:

กล้วย เนยถั่ว (ไม่มีไซลิทอล!) โยเกิร์ตหรือคอทเทจชีส

วิธีทำ:

ปั่นจนเนียน เทใส่พิมพ์ freeze ใส่ไม้หลัง 1–2 ชม. ถ้าต้องการ

🍉

ไอศกรีมแตงโมสำหรับสุนัข

สดชื่นและเติมน้ำในฤดูร้อน

ส่วนผสม:

แตงโม (ไม่มีเมล็ด) โยเกิร์ตหรือกะทิ

วิธีทำ:

ปั่นแตงโม ผสมโยเกิร์ต เทใส่พิมพ์ freeze ให้ปริมาณเล็กน้อย—แตงโมมีน้ำมาก

🥛

ไอศกรีมฟักทองโยเกิร์ตสำหรับสุนัข

ดีต่อการย่อย สดชื่น

ส่วนผสม:

ฟักทองบด (100%) โยเกิร์ตธรรมดา ซินนามอนเล็กน้อย (ถ้าต้องการ)

วิธีทำ:

ผสมฟักทองและโยเกิร์ต เทใส่พิมพ์ freeze อย่างน้อย 4 ชม. ซินนามอนใช้แต่น้อย

ช่วยสัตว์ของเราได้อาหารสด

ที่ Saved Souls เราทำอาหารสดทุกวันให้สุนัขและแมว 2500+ ตัว การบริจาคของคุณไปที่อาหาร การดูแล และยาทันที ทุกยูโรมีความหมาย

แอคชั่นรถ